ในอดีต การสื่อสารมวลชน ทำได้โดยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผ่านสื่อที่มีข้อจำกัดมากมาย อาทิเช่น
 
สื่อโทรทัศน์ มีข้อจำกัดเรื่องเวลาออกอากาศ และคลื่นความถี่
เราคงไม่สามารถเอารายการ 2 รายการ มาออกอากาศพร้อมกัน ในช่องเดียวกันได้
แต่ละช่วงเวลา ก็มีจำนวนคนดูโทรทัศน์แตกต่างกันไป ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่คนดูกันเยอะ ๆ ก็ต้องแย่งกันออกอากาศให้ได้
 
สื่อสิ่งพิมพ์ มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ในแต่ละหน้ากระดาษ และทรัพยากรที่ใช้ในการพิมพ์ ทั้งค่าหมึก กระดาษ แท่นพิมพ์ การจัดส่ง ฯลฯ
 
 
อีกทั้งสื่อเหล่านี้ อาจถูกแทรกแทรงโดยนักการเมืองได้ด้วย
 
ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้เนื้อหาที่ถูกคัดออกมีมากมายมหาศาล เหลือแต่เนื้อหาที่มั่นใจว่ามีคนสนใจ ขายได้จริง ๆ จึงจะได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อเหล่านั้น
อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ผลงานก็สูงมาก ค่าซื้อเวลาออกอาศผ่านทาง Free TV มันแพงมากนะ ดังนั้น จึงต้องเลือกนำเสนอสิ่งที่มั่นใจว่าทำเงินได้ ไม่งั้นก็ขาดทุนย่อยยับ
 
แล้ว "เนื้อหาที่มั่นใจว่าขายได้" มันมีอะไรบ้างนะหรือ ตัวอย่างส่วนหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ก็ได้แก่
 
ละครน้ำเน่า มี Character หลัก เป็น พระเอก, นางเอก, ตัวอิจฉา
เนื้อหาตบจูบ ตัวอิจฉาใส่ร้ายนางเอก ตัวอิจฉาคอยแย่งผู้ชาย ฯลฯ
ซึ่งมีคนรุ่นใหม่หลาย ๆ คน มองว่า พล็อตเรื่องเดิม ๆ ไม่มีอะไรใหม่เลย
แต่ก็มีคนหลาย ๆ คน แสดงความคิดเห็นว่า "ละครอย่างนี้มันขายได้"
 
การ์ตูน โชว์ Moe
ตัวการ์ตูนตาโต สวย น่ารัก สดใส
หนุ่มแว่น, สาวแว่น, หูแมว, ชุด maid
ฉากกระโปรงเปิด ฉากอาบน้ำ ฉากเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉากอะไรโป๊ ๆ ยัดเข้าไปเสีย
 
นิตยสารซุบซิบนินทาดารา เนื้อหาข้างใน มีแต่ภาพถ่ายนมถ่ายตูดดารา ข่าวดาราคนโน้นไปมีสัมพันธ์สวาทกับดาราคนนี้ ฯลฯ
 
การเอาสิ่งยั่วยุทางเพศมาล่อ เอานมมาล่อ เอาหนุ่มหน้าหวานมาล่อ ก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ในสื่อบันเทิงต่าง ๆ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เรียกร้องความสนใจได้ง่าย
 
เห็นได้ว่า เนื้อหาในสื่อกระแสหลักซึ่งมีข้อจำกัดมากมาย มันก็เป็นเนื้อหาเดิม ๆ ใช้วิธีเรียกเรทติ้งคนดูแบบเดิม ๆ การสร้างสรรค์อะไรนอกกรอบ เป็นความเสี่ยงเกินไป เพราะมันต้องลงทุนมหาศาล
 
มนุษย์ส่วนใหญ่ ก็บริโภคข้อมูลข่าวสารส่วนมาก จากสื่อที่มีอยู่อย่างจำกัด กรอบความคิดของมนุษย์ส่วนใหญ่ จึงใกล้เคียงกัน ไม่ค่อยมีคนกล้าออกมานอกกรอบเท่าไร
 
แต่ยุคสมัยกำลังเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการปฏิวัติ Digital และ internet
 
internet คือเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายมาก โดยใช้ต้นทุนต่ำมาก
 
อุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ และถูกพัฒนาให้เก็บข้อมูลได้มากมายมหาศาล
ทุกวันนี้ เราสามารถหา Hard disk ที่มีความจุถึง 1 เทร่าไบท์ ได้ไม่ยากเลย และฮาร์ดิสก์ 1 เทร่าไบท์ นี้ จะมีราคาต่ำเตี้ยลงเรื่อย ๆ
 
ด้วยความจุข้อมูลที่มากมายมหาศาล และค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูลต่ำมาก ทำให้ข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง ในการเผยแพร่เนื้อหาต่าง ๆ หมดไปโดยปริยาย
 
ไม่ต้องกัลวลเรื่องหน้ากระดาษจะหมด ไม่ต้องกังวลเรื่องช่วงเวลาออกอากาศ ไม่ต้องกังวลเรื่องคลื่นความถี่ ช่องทางในการเผยแพร่ผลงาน มีเหลือเฟือ
 
คนทั่วไปสามารถที่จะอัพโหลด Clip Video ผ่านทางเวบไซด์ Youtube ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าอัพโหลด หรือเผยแพร่ผลงานให้แก่เจ้าของเวบไซด์ แม้แต่แดงเดียว
 
มีเวบไซด์มากมาย เปิดบริการให้คนทั่วไป เข้ามาสมัครสมาชิกแล้วเขียน blog ได้ ทุกวันนี้ เราก็สามารถใช้บริการจากเวบ exteen ได้ โดยไม่ต้องเสียเงินให้แก่มาสเตอร์แชมป์โดยตรง แม้แต่แดงเดียว
 
มี social network ถือกำเนิดขึ้นมามากมาย เพื่อให้คนสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างง่ายดาย
 
ท่ามกลางคลังข้อมูลขนาดใหญ่โตมโหฬาร ซึ่งมีข้อมูลอยู่มากมายมหาศาล คนทั่วไปสามารถใช้ Google หาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย ภายในเวลาไม่กี่วินาที จะว่า Google เป็นพระเจ้าสำหรับยุคนี้ก็ว่าได้
 
ด้วยช่องทางการเผยแพร่เนื้อหา และวิธีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มีอยู่มากมายมหาศาล ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา และผู้เสพเนื้อหา ไม่จำเป็นต้องใช้กรอบความคิดแบบเดิม ๆ ของการสื่อสารมวลชนแบบเดิม ๆ ในกระบวนการสื่อสารมวลชนในยุค Free Digital แล้ว
 
เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ผลงานนั้น ต่ำเตี้ยมากจนเกือบจะเป็นศูนย์ ไม่ต้องง้อโรงพิมพ์ ไม่ต้องง้อนายทุน ผู้สร้างสรรค์ผลงาน จึงไม่จำเป็นต้องผลิตเนื้อหาที่ทำเงินได้เสมอไป
 
พอไม่ต้องเสียเงินในการเผยแพร่ ก็ไม่ต้องกลัวเจ๊ง (แต่ยังมีข้อจำกัด เรื่องทรัพยากรที่ใช้ในการสร้างผลงานอยู่ เช่น เวลา , เรี่ยวแรงคนสร้างผลงาน)
 
ผมเชื่อว่า ผลงานที่สร้างขึ้น เพราะผู้สร้าง "อยากทำ" มันมีพลังมากกว่าผลงานที่ผู้สร้าง สร้างเพราะ "ต้องทำ" มาก
 
และผลงานเหล่านี้ ก็ตอบสนองความต้องการของปัจเจกชนได้เป็นอย่างดี
 
ผลงานที่นำเสนอผ่าน Free Media ไม่จำเป็นต้องเป็นผลงานมีหรูเลิศ อลังการก็ได้ ขอแค่สื่อความหมายได้ดีก็เรียกความสนใจได้มากแล้ว
 
ในยุค Free Digital ผู้ผลิตเนื้อหามีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างแท้จริง
 
ถ้าอยากทำซับนรก หรือ พากษ์นรก ไปเผยแพร่ใน youtube ก็ทำได้
 
หรือสร้างหนังสั้นเอาฮา อย่าง เกย์ มึน โฮ หรือ แฮรี่พ็อตตี้ ก็มีคนทำมาแล้ว
 
ในแง่ของงานเขียนที่ใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องมือนำเสนอ ก็มีผลงานน่าสนใจมากมาย มีนิยายผุดขึ้นมามากมายหลายเรื่อง รวมไปถึงบทความเกี่ยวกับเรื่องการเมือง การศึกษา ฯลฯ ที่ไม่สามารถหาได้ใน Free TV หรือสิ่งพิมพ์ตามร้านหนังสือ
 
ทำไมผมจึงเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องการปฏิวัติสื่อ เข้าสู่ยุค Free Digital นะหรือ มันก็เริ่มต้นจากการที่ว่า
 
ถ้ามีใคร เขียนบทความที่มีเนื้อหาในทำนองที่ว่า "เนื้อหาที่นำเสนอผ่านสื่อกระแสหลัก มีแต่เนื้อหาเดิม ๆ ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่" ผมมักจะเข้าไป comment ว่า "จากนี้ไป ก็เสพข้อมูลข่าวสารจากสื่อนอกกระแสกันให้มากขึ้น"
 
รวมไปถึงเรื่องการศึกษาไทยด้วย ในเมื่อการศึกษาในระบบมันห่วยนัก ก็จงสนับสนุนการศึกษานอกระบบให้มากขึ้น
 
ในเมื่อชาวโลก มีอิสระในการเผยแพร่เนื้อหามากขนาดนี้แล้ว จงใช้อิสรภาพนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ชาวโลก อะไรที่เราเห็นว่าห่วย ซังกะบ๊วย ในเนื้อหาที่ถูกนำเสนอผ่านช่องทางแบบเดิม ๆ ก็อย่าไปเอาอย่าง
 
จงแสดงพลังแห่งปัจเจกบุคคลให้เต็มที่
 
ขอขอบคุณ
 
แหล่งข้อมูลทุกแหล่ง ที่ผมใส่ hyperlink ไปให้
มาสเตอร์แชมป์ แห่ง exteen
ผู้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารสนเทศ ทำให้ปัจเจกชนมีอิสระในการเผยแพร่ผลงานกันมากขนาดนี้
 
 
หนังสือ "สารพัดวิธี รวยด้วย Free" ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลเรื่องพฤติกรรมการใช้สื่อ Free Media ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

Comment

Comment:

Tweet

สำหรับหนังสือ จะตามดูในซีเอ็ดนะคะdouble wink
น่าอ่านดีแหะ

#7 By ed hardy clothing (66.79.163.114) on 2011-03-02 12:30

Hot! Hot! Free Media ทำให้เรา PR ได้โดยไม่ต้องลงทุนกับมันสักบาท ได้แต่ลงแรงแล้วก็ดูผลลัพธ์ของมัน ผมว่าดีนะครับ อินเตอร์เน็ตมันทำให้ต้นทุนโฆษณาของหลายๆบริษัทต่ำลงพอสมควรเลยล่ะ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By DuoRecommend on 2010-12-09 13:38

นี่ก็อยู่นอกกระแสเหมือนกันแหละ ของในกระแสมีแต่แมวน้ำไรก็ไม่รู้ ไม่น่าดูมันซักอย่าง

#4 By flaure on 2010-12-09 04:11

โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็จัดว่า
ผมก็บริโภคสื่อนอกกระแสเป็นหลักสินะครับ
เพราะผมหาข้อมูลจาก internet เป็นหลัก
เพราะที่หอไม่มี TV (ฮา)

ก็นะ กระแสหลัก
เขาเห็นแก่ผลประโยชน์ทางธุรกิจนั่นแหละครับ

#3 By Nest on 2010-12-08 22:52

ตอบ Comment ข้างบน

เดี๋ยวนี้ ถ้าจะซื้อหนังสือ สั่งผ่าน web หรือซื้อในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จะซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติในร้านหนังสือนะ

#2 By ศรี on 2010-12-08 11:50

สำหรับหนังสือ จะตามดูในซีเอ็ดนะคะdouble wink
น่าอ่านดีแหะ

ปล. เดี๋ยวนี้จะดูอะไร ต้องดูที่แก่นในค่ะ เหอะๆ

#1 By ? ? ? on 2010-12-08 11:36