psychology

 
แต่ก่อนนี้ หลังจากที่ผมได้ดู Gundam OO
ผมเชื่อว่า ถ้าหากมนุษย์สามารถเข้าใจผู้อื่นได้ ปัญหาหลาย ๆ อย่าง ก็จะคลี่คลายลง
ดังนั้น ก็ทำให้มนุษย์สามารถอ่านใจซึ่งกันและกันได้เสียเลย นี่คือแนวทางที่ยอดเยี่ยม
 
ผมเชื่อเช่นนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งได้อ่านเรื่องราวของผู้ที่ถูกรังเกียจ เพราะอ่านใจผู้อื่นได้
 
ในเกม Touhou มีตัวละครที่สามารถอ่านใจผู้อื่นได้อยู่ เธอคือ โคเมย์จิ ซาโตริ
 
หากอ่านใจผู้อื่นได้ ก็อาจรู้เรื่องที่ตนเองไม่ควรรู้ได้
บางครั้ง ก็อาจได้ยินคำพูดว่าร้ายเสียดสีทรมาณใจ
 
และต่างคน ต่างก็อยากมีความเป็นส่วนตัวบ้าง มีเรื่องที่อยากจะเก็บเงียบไว้คนเดียวจนกว่าเรื่องนั้นจะถูกลืมไปเองบ้าง
 
โคเมย์จิ ซาโตริ อาศัยอยู่ในวังวิญญาณภิภพอันกว้างใหญ่ แทบจะไม่ออกไปพบผู้คนภายนอกเลย
และไม่มีแขกมาเยือนเธอเลย
เธออาจจะไม่อยากอ่านใจคนอื่นแล้วก็ได้
 
หากเราอยากจะอ่านใจผู้อื่นละก็
ควรจะฝึกจิตใจของตนเองให้หนักแน่น ไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งที่ผู้อื่นคิดถึงเราด้วย
ไม่เช่นนั้นแล้ว ความรู้สึกของเราอาจหวั่นไหวไปตามสิ่งที่ผู้อื่นคิด จนเราทนไม่ไหว แล้วต้องขังตัวเองอยู่คนเดียวก็เป็นได้
ทฤษฎีจิตวิทยาของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ แบ่งจิตของมนุษย์ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
 
1. Conscious (จิตสำนึก) เป็นจิตในระดับที่คนทั่วไปรับรู้ได้ตามปกติ เป็นส่วนที่ปรากฎต่อสังคม
 
2. Preconcious (จิตกึ่งสำนึก) เป็นจิตระดับที่เข้าถึงได้บางส่วน
 
3. Unconcious (จิตใต้สำนึก) เป็นจิตในระดับที่คนไม่รู้ตัวเอง
 
ด้วยทฤษฎีนี้ สามารถอธิบายได้ว่า การกระทำใด ๆ ที่กระทำออกไปโดยที่ผู้กระทำไม่รู้ตัวเลย เป็นผลมาจากจิตใต้สำนึก
บุคลิกภาพของมนุษย์ ก็เป็นผลมาจากจิตใต้สำนึกเป็นหลัก
 
คาร์ล กุสตาฟ จุง ก็ได้ศึกษาเรื่องจิตใต้สำนึกเช่นกัน
เขาเชื่อว่า จิตไร้สำนึก เก็บสะสมข้อมูลมาหลายชาติ จนมาถึงชาติภพปัจจุบัน แล้วก็ส่งผลต่อบุคลิกภาพ อุปนิสัย กรอบความคิด ในชาติภพปัจจุบันด้วย อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับจิตไร้สำนึกร่วมแห่งจักรวาลด้วย
 
สอดคล้องกับเรื่องกฎแห่งกรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งอธิบายว่า ผลกรรมจากชาติก่อน ส่งผลมาจนถึงชาตินี้ กรรมต่าง ๆ ที่ได้ก่อไว้ ไม่ว่าจะกรรมดี กรรมชั่ว จะเก็บสะสมไว้ในจิตไร้สำนึก
 
ด้วยความที่มันเก็บสะสมข้อมูลมามากมายมหาศาล จะว่ามัน "รู้ทุกอย่าง" ก็ว่าได้
 
มันรู้ว่า โลกเกิด และแตกดับได้อย่างไร
มันรู้ว่า ชาติก่อนเราเคยเกิดเป็นอะไรบ้าง อยู่ในภพภูมิไหนบ้าง
 
จิตไร้สำนึก เป็นจิตใจส่วนที่อยู่ลึกมาก คนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้
หากดึงพลังของจิตไร้สำนึกออกมาใช้ได้ แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว ก็ทำให้ชีวิตในโลกแห่งโลกียะเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก
 
อย่างไรเสีย พลังแห่งจิตใต้สำนึก ก็ถูกแสดงออกเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่มีอันตรายรอบด้าน จิตใต้สำนึก จะบังคับร่างกายให้ขยับไปเอง เพื่อหาทางเอาตัวรอดให้ได้
 
ดังนั้น แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับ ผู้ที่สามารถอ่านใจได้
เธอสามารถอ่านใจ รู้ "สิ่งที่กำลังคิด" ของคู่ต่อสู้ได้
 
เมื่อสะกดจิตได้แล้ว ก็สามารถอ่านความทรงจำได้ด้วย แล้วก็สามารถใช้ท่าไม้ตายในความทรงจำของคู่ต่อสู้ได้
 
แม้ว่าจะอ่านความคิดได้ แต่ก็ยังไม่สามารถอ่านจิตใต้สำนึกได้
ด้วยพลังแห่งจิตใต้สำนึก ทำให้ร่างกายขยับได้โดยไม่ต้องคิดล่วงหน้า
เมื่อไม่ได้คิดมาก่อน แม้สามารถอ่านใจได้ ก็ไม่สามารถจะคาดเดาการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้
 
ดังนั้น เราจึงสามารถโค่นล้มผู้ที่สามารถอ่านความคิดได้
 
แต่ถ้าหากว่า เราจะต้องสู้กับคู่ต่อสู้ที่กระทำการใด ๆ ได้ ด้วยจิตใต้สำนึกเป็นกิจวัตรล่ะ ?
ถ้าหากเราเจอกับคู่ต่อสู้ ที่ต่อสู้ได้ โดยไม่ต้องคิดเลย...
สู้กับผู้ที่ต่อสู้โดยใช้พลังแห่งจิตใต้สำนึก ก็เท่ากับต่อสู้กับจิตที่มีพลังมากมายมหาศาล ต่อสู้กับจิตที่เก็บสะสมวิชาจากทุกชาติภพตลอดการเวียนว่ายตายเกิด
 
เธอคือ โคเมย์จิ โคอิชิ
บอสประจำ Extra Stage ของเกมโทโฮภาค 11
 
เธอเป็นน้องสาวของ โคเมย์จิ ซาโตริ
แต่เดิม โคอิชิสามารถใช้ตาที่ 3 อ่านใจสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ได้ เช่นเดียวกับพี่สาวของเธอ
 
แต่ความคิดของคนเรานั้น สับสนวุ่นวายนัก
 
 
เธอจึงปิดตาที่ 3 ไป
หลังจากนั้น เธอก็ได้รับความสามารถใหม่ นั่นก็คือ สามารถกระทำการใด ๆ ได้ ด้วยจิตใต้สำนึก
 
เกมโทโฮ เป็นเกมที่ยากมากอยู่แล้ว
Extra Stage ของเกมโทโฮภาค 11 เป็นด่านที่ยากมาก
 
หากเทียบกับ Extra Stage ของภาค 10 แล้ว นับว่า ยากกว่าในทุก ๆ ด้าน
 
ไม่ว่าจะเป็นจำนวนบอมบ์สูงสุดที่เก็บสะสมได้
ในภาค 10 สามารถเก็บสะสมได้มากที่สุดถึง 5 หน่วย
ในภาค 11 สามารถเก็บสะสมได้มากที่สุด 4 หน่วย
 
ในภาค 10 เมื่อเสีย life จะได้ Power ก้อนใหญ่มาไม่ต่ำกว่า 3 อัน เสมอ เท่ากับมีโอกาสใช้บอมบ์ได้ 3 ครั้ง
ในภาค 11 เมื่อเสีย life มักจะได้ Power ก้อนใหญ่มาแค่ 2 อัน เท่านั้น
 
ยังคงธรรมเนียมจาก Extra Stage ของเกมโทโฮภาคก่อน ๆ นั่นคือ ขณะที่กำลังบอสประจำ Extra Stage ใช้ Spell Card จะไม่ได้รับความเสียหายจาก Bomb ฝ่าย Player Character เลย
 
รูปแบบห่ากระสุนของบอส และลูกกระจ๊อกในด่าน ก็ยากกว่ามาก
 
แค่สู้กับบอสกลางด่าน ก็ยากแล้ว
 
ในการต่อสู้กับ Spell Card แรกของโคอิชิ เมื่อหลบกระสุนชุดย่อยได้แล้ว จะต้องมาหลบตรงกลางเสมอ
กว่าจะหลบได้คล่อง ก็ฝึกฝนมาหลายสิบรอบ
 
กระสุนรูปแบบหัวใจนี้ กะขนาด hit box ของกระสุนค่อนข้างยาก (จุดตกกระทบของกระสุน หากจุดนี้กระทบกับ player character ก็จะเสีย life)
 
วิธีหลบท่านี้อย่างง่ายคือ หลบไปทางซ้ายหรือไม่ก็ทางขวาอย่างเีดียว ไม่ต้องขยับไปข้างหน้าหรือข้างหลังเลย
 
反応「妖怪ポリグラフ」
ฮันโนว「โยวไค โพลีกราฟ」
ปฏิกิริยา「โยวไค Polygraph」
 
Spell Card ใบที่ 5 ของโคอิชิ เป็น Survival Spell Card (เป็นท่าไม้ตาย ที่ขณะใช้ จะไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของ Player Character เลย ผู้เล่นต้องต่อกรด้วยการหลบไปเรื่อย ๆ จนกว่าเวลาจะหมดไปเอง)
 
เป็น Spell Card ที่ดัดแปลงมาจากเครื่องจับเท็จ
หลักการของเครื่องจับเท็จก็คือ หากกำลังโกหกอยู่ จิตใจของคนจะแกว่ง ไม่หยุดนิ่ง แล้วสภาพจิตใจก็ประเมินจากการเต้นของหัวใจ , คลื่นสมอง ฯลฯ
หากพบว่า กราฟกำลังขึ้น ๆ ลง ๆ สูงมาก ก็หมายความว่า ผู้ถูกทดสอบกำลังพูดโกหกนั่นเอง
 
ในการต่อสู้กับ Spell นี้ ถ้าหากว่า เราขยับเร็ว ก็จะมีช่องว่างกว้างโผล่ขึ้นมา
จะต้องอาศัยจังหวะที่ช่องว่างนั้นยังอยู่ บินลอดผ่านช่องกว้างนั้น
 
แต่บางที ก็ต้องเสี่ยงบ้าง อย่างเช่นในภาพข้างบนนี้ เหลือที่ว่างน้อยมาก
 
ในที่สุด ก็ลอดผ่านไปได้
 
 
หลังจากผ่าน Spell ที่ 5 ของโคอิชิมาได้ จะเจอกับท่านี้
แนวกระสุนค่อนข้างกว้าง การจะหลบได้นั้น ต้องใช้การเคลื่อนที่แบบเร็ว (ไม่ต้องกดปุ่ม Focus เพื่อลดความเร็ว)
 
復燃「恋の埋火」
ฟุคุเนน「โคอิโนะอิเคบิ」
ฟื้นความร้อน「ถ่านไฟแห่งรัก」
 
ช่วงแรก ๆ จะมีปริมาณกระสุนไม่มาก
 
แต่ปริมาณกระสุนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับความรู้สึกในจิตใต้สำนึก ซึ่งสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อจิตคิด ไม่สามารถที่จะเก็บซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นไว้ได้ มันก็จะระเบิดออกมา
 
深層「無意識の遺伝子」
ชินโซว「มุอิชิคิโนะอิเดนชิ」
ส่วนลึก「หน่วยพันธุกรรมแห่งจิตใต้สำนึก」
 
อย่างที่เคยกล่าวไว้ข้างต้นว่า คาร์ล กุสตาฟ จุง เชื่อว่า จิตใต้สำนึกสามารถเก็บข้อมูลจากชาติภพก่อนได้
 
การตั้งชื่อ Spell ว่าอย่างนี้ อาจแฝงความหมายว่า เรากำลังสู้กับท่าไม้ตายที่เรียนรู้มาจากชาติภพก่อนก็ได้
 
ท่านี้เป็นท่าที่ต่อกรด้วยยากมาก ๆ เพราะ Boss มักจะเคลื่อนที่ลงมาอยู่ด้านล่างหน้าจอ ทำให้เราเข้าไปยิงได้ลำบาก
 
Philosophy of hated person
 
「嫌われ者のフィロソフィ」
「คิราวาเระโมโนะโนะ ฟิโลโซฟี」
「Philosophy ของผู้ถูกรังเกียจ」
 
ผมรู้สึกว่า ท่านี้ เป็น Survival Spell Card ที่หลบยากมาก
 
「サブタレイニアンローズ」
「ซับเทอเรเนียนโรส」
「Subterranean Rose」
 
แนวกระสุนเป็นรูปวงกลม แผ่ขยายออกมาจากตัวบอส
ในเส้นรอบวงนั้น จะมีดอกกุหลาบวิ่งไปตามเส้น ซึ่งดอกกุหลาบเหล่านั้นจะบังช่องว่างของวงกระสุนนั้น ๆ
 
นี่คือท่าสุดท้าย ที่หลบยากมาก 
 
 
หากดูผิวเผิน ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างกระสุนไปก็หลบได้แล้ว และช่องว่างขนาดนั้น ถือว่าค่อนข้างกว้างแล้ว
 
แต่ระหว่างที่เรากำลังลอดผ่านช่องเหล่านั้นไปนี่ละ อาจจะมีดอกกุหลาบบานออกมาชนเราพอดีก็ได้ ดอกกุหลาบที่วิ่งไปรอบ ๆ วงนั้น มันเคลื่อนที่ไวมาก
 
ในระหว่างที่เรากำลังเคลื่อนที่ลอดผ่านช่องว่าง สายตาเราจะจดจ่ออยู่ที่ช่องว่างนั้น ทำให้เรามองดอกกุหลาบที่วิ่งมาตามวงกระสุนไม่ทัน
 
วิธีการหลบก็คือ ต้องรีบลอดผ่านช่องว่าง หลังจากที่ดอกกุหลาบเพิ่งวิ่งตัดหน้าเราไป
 
นี่คือ Phase สุดท้าย ของท่าไม้ตายสุดท้าย...........
 
ไวมาก จนหลบแทบไม่ทัน ต้องกดใช้ Bomb เป็นว่าเล่น
 
และแล้ว ในที่สุด ผู้ใช้พลังแห่งจิตใต้สำนึกก็ถูกโค่นล้มลง
 
จริงอยู่ที่ว่า จิตใต้สำนึกนั้นมีพลังมากมายมหาศาล
 
แต่มนุษย์ก็ยังมีสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้ จนมีพลังเหนือจิตไร้สำนึกได้ นั่นก็คือ "สติ" นั่นเอง
 
หากฝึกสติ จนมีสติที่ไวมาก ๆ ได้ ก็จะสามารถควบคุมผลจากจิตไร้สำนึกได้
 
การจะเอาชนะผู้ใช้พลังแห่งจิตใต้สำนึกได้ ก็ต้องฝึกสติให้ไวมากกว่ากระสุนจากจิตใต้สำนึก
 
สติที่ไวถึงขีดสุดนี่ละ สามารถทำให้คนบรรลุถึงขั้นนิพพานได้เลย
 
ขอขอบคุณ
ท่าน Zun ผู้สร้างเกมโทโฮ ท่านเอาไอเดียเรื่องจิตใต้สำนึก มาสร้างเป็นตัวละคร โคเมย์จิ โคอิชิ ได้อย่างลงตัวมาก
ท่าน Sabre ผู้แปลข้อมูลหลาย ๆ อย่างในเกมโทโฮ มาเป็นภาษาไทย โดยยังคงความหมายตามต้นฉบับเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด
สำนักพิมพ์ อมรินทร์ ซึ่งตีพิมพ์หนังสือแนวธรรมะวิทยาศาสตร์ เป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยาได้อย่างดี ช่วยให้ผมมีข้อมูลในการเขียน entry นี้ได้อย่างมีอรรถรส มีสาระ และเท่ห์
พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด
จิตใต้สำนึกรวมแห่งจักรวาล
 
และท่านผู้อ่าน

สะกดจิตทางอ้อม

posted on 21 Feb 2009 21:24 by sriproject in articles

จิตใต้สำนึกของมนุษย์นั้นเปิดรับข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

การยัดข้อมูลเดิมลงไป ซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ ก็เท่ากับปลูกฝังข้อมูลเหล่านั้นลงในจิตใต้สำนึก

จิตใต้สำนึกสามารถหาวิธีการทุกอย่างซึ่งทำให้สิ่งที่เชื่อเป็นจริงขึ้นมาได้ โดยที่ระดับจิตสำนึกไม่รู้ตัวเอง

ดังนั้น การพูดว่าคนโน้นคนนี้เป็นอย่างไรซ้ำ ๆ หลาย ๆ รอบ ก็จะทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นอย่างที่พูดจริง ๆ

ยิ่งว่าคนอื่นโง่ คนโดนว่าก็จะยิ่งโง่งมลงเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่คนโดนด่าเท่านั้นที่จะโง่ลง คนด่าเองก็จะโง่ลงตามไปด้วย เพราะคนด่าเองก็ได้รับข้อมูลความโง่ลงไปซ้ำ ๆ เช่นกัน

อาจารย์ที่สอนวิชาระเบียบวิจัยด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เคยถามเด็กมหาวิทยาลัยปี 4 ในชั้นเรียนว่า "พวกเราจะทำกันยังไงดี ถึงจะให้เด็กในภาควิชาของเรา พัฒนาขึ้นบ้าง"

ผมตอบไปว่า "ต้องโหดกับพวกมันสุด ๆ ไปเลย !"

ใครจะสอบตก จะโดนรีไทร์ก็ช่าง ไม่ต้องไปช่วยมันมาก ปล่อยให้มันสู้ของมันเอง

อาจารย์แกตอบว่า "ผมว่าบางที โหดมาก ๆ ทำให้เสียคนไปเลยก็มี"

การที่คนโดนด่าว่าโง่บ่อย ๆ แล้วเกิดความคิดต่อต้าน ต้องการเอาชนะคำดูแคลน มันไม่ได้มีเยอะนักในโลกแห่งความเป็นจริง จะมีให้เห็นบ่อยก็แค่ในการ์ตูน

ดังนั้น ผมจึงไม่เขียนบทความด่าคนอื่นตรง ๆ ติดกันหลาย ๆ Entry ในบล็อกนี้ จะเว้นช่วงไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นก็มีแต่โง่งมลงทั้งคนเขียนทั้งคนอ่าน

หากเราเห็นคนอื่นแก้ปัญหาไม่ได้ อย่าไปด่าว่าเขาโง่พร่ำเพรื่อ ควรจะบอกวิธีแก้ไขปัญหาให้เขา หรือถ้าเราไม่รู้ว่าแก้ปัญหาได้อย่างไร ก็ควรจะบอกว่าจะไปหาวิธีแก้ปัญหาจากที่ไหนได้บ้าง

นอกจากนี้ แทนที่เราจะด่าคนอื่นซ้ำ ๆ ลองเปลี่ยนเป็นพูดเรื่องดี ๆ ซ้ำ ๆ บ้าง เผื่อว่าจิตใต้สำนึกจะหาวิธีที่ให้เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นจริงบ้าง